banner stampR9

pic01

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร


      เมื่อวันที่ 2-20 พฤศจิกายน 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นภูมิภาคแรกอย่างทั่วถึงจึงเป็นที่ปลาบปลื้มปิติยินดีของมวลพสกนิกรทั้งหลายยิ่งนัก ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ทำให้พระองค์ทรงประสบปัญหาความทุกข์ยากของราษฎร ภาคอีสานว่าแร้นแค้นยิ่งนัก อีกทั้งการคมนาคมหลายแห่งทุรกันดารยิ่งและถือได้ว่าการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้นทำให้ทรงได้รับรู้ข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นที่สำคัญด้านการพัฒนา และเป็นรากฐานสู่การพัฒนาศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

จุดกำเนิดศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

      จารึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับต้นเหตุปัญหาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพะราชดำริ
จ.สกลนคร จากเอกสารข้อมูลส่วนพระองค์ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานแก่สำนักงาน กปร. (สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) มีความตอนหนึ่งว่า

"...ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เดิมเป็นป่าโปร่งคนไปตัดไม้สำหรับเป็นฟืนและใช้พื้นที่สำหรับทำการการเกษตรกรรม ป่าไม้ที่อยู่เหนือพื้นที่ถูกทำลายไปมากจึงไม่มีน้ำในหน้าแล้ง น้ำไหลแรงในหน้าฝน ทำให้มีการชะล้าง (Erosion) หน้าดิน (Top Soil) บางลงและเกลือที่อยู่ข้างใต้จะขึ้นเป็นหย่อม ๆ ..."

      พร้อมกันนี้ ได้พระราชทานข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาของดินบริเวณศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ว่า

"...เป็นดินทราย ดินเค็ม ขาดน้ำ..."

      ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2525 พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้หม่อมเจ้าจักรพันธ์ เพ็ญศิริ จักรพันธ์องคมนตรี และนายสุนทร เรืองเล็ก อธิบดีกรมชลประทานพร้อมด้วย นายเล็กจินดาสงวน เข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาทณ กรมราชองครักษ์ สวนจิตรลดาได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เป็นครั้งแรก โดยทรงให้พิจารณาวางโครงการจัดหาน้ำสนับสนุนโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานตามพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทดลองงานพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จอันได้แก่ การพัฒนาป่าไม้ การเกษตรต่างๆ ตามความเหมาะสม รวมทั้งการดำเนินงานด้านเกษตรอุตสาหกรรม สำหรับเป็นตัวอย่างให้ราษฎรนำไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเองได้ อันจะนำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเองได้ ต่อไป และได้พระราชทานพระราชดำริ ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำตาดไฮใหญ่ที่พิกัด 48 QUD 961-909 แผนที่มาตราส่วน 1: 50,000 ระวาง 5843 III เพื่อจัดหาน้ำสนับสนุนศูนย์ฯ พื้นที่โครงการประมาณ 1,800 ไร่ ให้สามารถ ส่งน้ำใช้ทำการศึกษาและทดลองได้ตลอดทั้งปี

      ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2526 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไดเสด็จทอดพระเนตรตรวจสภาพพื้นที่บริเวณ บ้านนานกเค้า และเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปถึงพื้นที่บริเวณที่จะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำตาดไฮใหญ่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระราชดำริให้พิจารณานำน้ำจากอ่างเก็บน้ำตาดไฮใหญ่มาสนับสนุนพื้นที่ เกษตรกรบริเวณบ้านนานกเค้า และทรงคัดเลือกพื้นที่จัดตั้งศูนย์ ณ บริเวณบ้านนานกเค้า ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ด้วยพระองค์เอง เพื่อเป็นพื้นที่ ตัวแทนของภูมิภาคทั้งหมด ด้วยพื้นที่นี้มีลักษณะสภาพธรรมชาติแวดล้อม และวงจรชีวภาพที่คล้ายคลึงกับภูมิภาคโดยทั่วไปของภาคอิสาน

pic02

      ดังนั้น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นแบบจำลองของภาค ตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นพื้นที่ ส่วนย่อ ที่สอดคล้องกับการแก้ปัญหา และศึกษาวิธีการพัฒนาของภูมิภาคนี้ได้อย่างเหมาะสม

      ในปี พ.ศ. 2527 ได้ดำเนินการก่อตั้งที่ทำการของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ หมู่บ้านนานกเค้า ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ตั้งอยู่เส้นรุ้งที่ 17.04 องศา ถึง 17.07 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 104.00 องศา ถึง 104.04 องศา ตะวันออกบ้านนานกเค้า ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47000 โทร. 0-4274-7458-9 โทรสาร. 0-4274-7460 ถนนสาย สกลนคร - กาฬสินธุ์ ประกอบด้วยพื้นที่ 11,300 ไร่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

      1. พื้นที่สาธิตเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม จำนวน 2,300 ไร่

      2. พื้นที่พัฒนาป่าไม้ จำนวน 1,1000 ไร่ พื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ ฯ 22 หมู่บ้าน จำนวน 11,000 ไร่


วัตถุประสงค์



19 ผลสำเร็จ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


pstamp01
ผลสำเร็จที่ 1 สายธารแห่งชีวิต 

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯจึงเป็นเสมือนแบบจำลองของภาคอีสานเพื่อศึกษาวิธีการพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม โดยได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาใช้ อันได้แก่ ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก,ป่าเปียก,การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างและปลูกป่าในใจคน

pstamp02
ผลสำเร็จที่ 2 การเลี้ยงโคเนื้อทาจิมะภูพาน
ปัจจุบันการเลี้ยงโคดังกล่าวรู้จักกันในชื่อ "ทาจิมะภูพาน" เป็นสายพันธุ์ที่ให้เนื้อคุณภาพดีที่สุดในโลก มีความนุ่ม ไขมันแทรกเกรดสูง ที่สำคัญคือมีสัดส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวกรดไขมันอิ่มตัวสูงกว่าโคทั่วไป

pstamp03
ผลสำเร็จที่ 3 การเลี้ยงไก่ดำภูพาน 
ไก่ดำจัดเป็นอาหารบำรุงสุขภาพและได้รับความนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ไก่ดำภูพานเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯได้ศึกษาพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ให้ได้ไก่ดำพันธุ์ดี ทนโรค เลี้ยงง่าย โตเร็ว

pstamp04
ผลสำเร็จที่ 4 การเลี้ยงสุกรภูพาน 
สุกรหรือหมูภูพาน เกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์จากสุกร 4 สายพันธุ์ที่มีจุดเด่นแตกต่างกัน คือพันธุ์เหมยซาน พันธุ์พื้นเมืองสกลนคร พันธุ์ดูร็อกเจอร์ซี่และพันธุ์แลนด์เรซ

pstamp05
ผลสำเร็จที่ 5 การปลูกข้าวพันธุ์สกลนคร 
ข้าวพันธุ์ดังกล่าวเป็นข้าวเหนียวที่ปลูกได้ทั้งนาดอน นาชลประทานและสภาพไร่ภาคอีสาน ปลูกได้ทั้งปี คุณภาพข้าวเหนียวที่หุงสุกแล้วเหนียวนุ่ม มีกลิ่นหอม

pstamp06
ผลสำเร็จที่ 6 การปลูกข้าวขาวพันธุ์ดอกมะลิ 105 
ข้าวขาวพันธุ์ดอกมะลิ 105 เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้งได้ดีพอสมควร ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี คุณภาพข้าวสุกอ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม

pstamp07
ผลสำเร็จที่ 7 ลิ้นจี่ นพ. 1 
ลิ้นจี้สายพันธุ์นี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภาคอีสานเขตจังหวัดที่มีความหนาวเย็นสม่ำเสมอ ออกดอกติดผลสม่ำเสมอทุกปี ผลมีรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย

pstamp08
ผลสำเร็จที่ 8 การเลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อควบคุมศัตรูพืชสวนผลไม้
การใช้ธรรมชาติช่วยดูแลธรรมชาติหรือใช้ธรรมชาติควบคุมกันเองเช่นการควบคุมศัตรูพืชในสวนผลไม้ โดยการเลี้ยงห่านเพื่อควบคุมวัชพืชซึ่งห่านเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อควบคุมแมลงในสวนไม้ผลในอัตรา 100 ตัวต่อไร่

pstamp09
ผลสำเร็จที่ 9 การผลิตวุ้นเส้นจากถั่วเขียว
เมล็ดถั่วเขียวมีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบอยู่ถึงร้อยละ 56 มีโปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่และยังมีอะมายโลสและอะมายโลเพคตีน จึงสามารถผลิตเป็นแป้งที่มีคุณภาพ นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์วุ้นเส้นที่เหนียวนุ่ม ไม่เปื่อยยุ่ย เป็นที่ต้องการและนิยมบริโภคกันทั่วไป

pstamp10
ผลสำเร็จที่ 10 การเลี้ยงปลานิลแดงร่วมกับเป็ดบาบาลี
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯได้ส่งเสริมให้ราษฎรได้เรียนรู้เพื่อน้ำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพเสริมในลักษณะการผสมผสาน ปลานิลแดงที่เหมาะแก่สภาพพื้นที่ภาคอีสาน ใน 1 บ่อเลี้ยงปลานิลแดงได้ 1 รุ่น เวลา 8 เดือน เลี้ยงเป็ดบาบาลีลูกผสมได้ถึง 2 รุ่น ทำให้มีรายได้ทั้งจากปลาและจากเป็ด

pstamp11
ผลสำเร็จที่ 11 การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์
การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ที่งานฯประมงได้ทำการศึกษา เป็นรูปแบบที่น่าจะเหมาะสมกับเกษตรกรที่ต้องการเลี้ยงปลาแต่มีน้ำที่จะใช้ในการเกษตรอย่างจำกัด และน่าจะเป็นแนวทางในการเลี้ยงปลาอีกรูปแบบหนึ่งที่จะทำให้การทำการเกษตรได้ผลผลิตทางการประมงเพิ่มขึ้น

pstamp12
ผลสำเร็จที่ 12 เกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
การบริหารจัดการทรัพยากรทั้งดินและน้ำที่มีอยู่จำกัดในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยวิธีการดำเนินการ 3 ขั้นตอน คือทำแบบค่อยเป็นค่อยไปตามกำลังพอมีพอกินไม่อดอยาก ร่วมแรงร่วมใจในเรื่องของการผลิต การตลาด การเป็นอยู่ สวัสดิการ การศึกษา สังคม ศาสนา และร่วมมือกับแหล่งเงินและพลังงาน เช่น การตั้งบริการโรงสี ตั้งบริการร้านสหกรณ์ ช่วยกันลงทุน

pstamp13
ผลสำเร็จที่ 13 การจัดการดินเค็มเพื่อปลูกข้าว
สร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรเกี่ยวกับดินเค็ม ปัญหาของดินเค็ม และการปรับปรุงบำรุงดินเค็มเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว ให้เกษตรกรสามารถนำวิธีการไปปฏิบัติได้ในแปลงของตนเอง เพื่อสร้างรายการให้กับเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น

pstamp14
ผลสำเร็จที่ 14 การจัดการดินลูกรังเพื่อปลูกไม้ผล
ดำเนินการสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจในเรื่องของดินลูกรัง ปัญหาการใช้ประโยชน์จากดินลูกรัง และแนวทางการจัดการ การปรับปรุงแก้ไขเพื่อใช้ในการปลูกไม้ผลให้เกษตรกร

pstamp15
ผลสำเร็จที่ 15 การเพาะเห็ดเศรษฐกิจและเห็ดพื้นเมือง
ส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพเสริมด้วยการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ เห็ดพื้นเมือง และเห็ดสมุนไพร ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเพาะเชื้อเห็ดจำหน่าย และการเพาะเห็ดขายเพื่อการบริโภค

pstamp16
ผลสำเร็จที่ 16 การส่งเสริมให้ปลูกยางพารา
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานจึงได้ส่งเสริมให้มีการปลูกยางพาราขึ้นโดยให้ความรู้กับเกษตรกรเกี่ยวกับการเลือกพันธุ์ยาง ความเหมาะสมของพื้นที่ และการจัดการสวยยางที่ถูกต้อง

pstamp17pstamp17
ผลสำเร็จที่ 17 ส่งเสริมให้เกษตรกรในภาคอีสานปลูกหม่อนพันธุ์สกลนครและไหมพันธุ์นางตุ่ยสกลนคร
ส่งเสริมให้เกษตรกรในภาคอีสานปลูกหม่อนพันธุ์สกลนครและไหมพันธุ์นางตุ่ยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่

pstamp18
ผลสำเร็จที่ 18 การส่งเสริมแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร
ส่งเสริมให้มีการนำองค์ความรู้ด้านสมุนไพรมาประยุกต์ และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยาจากสมุนไพรที่ชุมชนสามารถผลิตเพื่อเศรษฐกิจของชุมชน

pstamp19
ผลสำเร็จที่ 19 การส่งเสริมการผลิตผ้าย้อมคราม
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกแห่งทุกภูมิภาคมีความสมบูรณ์พร้อมที่จะเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เสริมสร้างประสบการณ์แก่ราษฎรทุกภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสานก็คือที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ สามารถสร้างความสำเร็จให้ทุกคน เป็นหลักการดำเนินชีวิตแก่คนไทยทุกสาขาอาชีพไปศึกษาเรียนรู้ได้เพื่อนำพาชีวิตมีความสุข